กำลังโหลดข้อมูล กรุณารอสักครู่ ...
ศธจ.ขอนแก่น  หน้าแรก
 
คลังความรู้
   ขับเคลื่อนการศึกษาไทยอย่างไร จึงถูกใจประชาชน
   สำรวจการอ่านคนไทยยุคดิจิทัล
   Play & Learn เรียนๆ แบบ เล่นๆ
   เดินหน้าปฏิรูปหลักสูตร’59 คลื่นลูกแรกที่เกิดจากนโยบาย ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้
 
เอกสาร คู่มือ ประกอบการอบรม
    กระทรวงศึกษาธิการ และกลุ่มเซ็นทรัล เปิดตัวแอพพลิเคชั่น The 1 Book e-Library : ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเด็กและเยาวชน
 
ลิ้งแนะนำ
   กรมประชาสัมพันธ์
   ครูบ้านนอก
   ครูไทย ดอทอินโฟ
   ครูวันดี ดอทคอม
 
Breaking News

คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 11/2559 เรื่อง การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค [Download]


 
 
Statistic & Counter

ขณะนี้ออนไลน์: 1 คน

สถิติวันนี้:      125 คน

สถิติเดือนนี้:   1564 คน

สถิติปีนี้:        37265 คน

สถิติทั้งหมด: 48825 คน

 

เรื่อง : รัชกร วิจิตรชาญ
          "เปิดไปหน้า 25 วันนี้เราจะเรียนเรื่องสิทธิและเสรีภาพ" เป็น คำแนะนำแกมคำสั่งกลายๆ ของคุณครูวิชาสังคมศึกษา ที่มักจะได้ยินเสียงถอนหายใจก่อนเสียงพลิกกระดาน ซึ่งเด็กน้อย คงตั้งคำถามในใจว่า "เรียนแล้วได้อะไร?" "กว่าจะโต ก็ลืมแล้ว" หรือ "จะรู้ไปทำไม ในเมื่อ มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่"
          หากตำราเรียนทำหน้าที่แค่ "ให้ความรู้" แต่ไม่ได้ให้ "ความเข้าใจ" เรื่องเหล่านี้ก็ดูน่าเบื่อหน่ายและไกลตัว แต่ถ้าลองเอาตำราเรียนมาปั่นรวมกับเกม ให้เป็น 'การเรียนรู้แบบเล่นๆ' แค่ฟังก็น่าสนุก แถมยังได้โลกใหม่ที่ทำให้เข้าใจว่า เรื่องประชาธิปไตยหรือเรื่องสิทธิเสรีภาพอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก โดยไม่ต้องพลิกตำราเรียน เพียงแค่ทอยลูกเต๋า เปิดการ์ด และเดินหมาก
          Sim Democracy เมืองจำลองประชาธิปไตย
          พอได้ยินคำว่า 'Sim' เราจะนึกถึงเกมจำลองชีวิตยอดฮิตอย่าง 'The sim' ซึ่งไม่ต่างจากเกม Sim Democracy เพียงแต่ย่นย่อโลกโดยเน้นหนักไปในเรื่องการปกครองระบบประชาธิปไตยในรูปแบบ เกมกระดานหกเหลี่ยม ซึ่งผู้เล่นต้องแก้ไขปัญหาภายในประเทศ โดยมีผู้เล่นทั้งหมด 4 ทีม ทีมละ 1-3 คน เลือกทีมผู้นำ 1 ทีมโดยการเลือกตั้ง เพื่อค่อยบริหารประเทศและช่วยเหลือทีมอื่นให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ผ่านการจัดสรรงบประมาณประจำปี มีการเปลี่ยนผู้นำบริหารเสมือนโลกจริง ซึ่งระหว่างเล่นเกม จะได้เห็นบรรยากาศการอภิปราย หาเสียงย่อมๆ เพื่อตอนลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ทีมของตนอาจจะได้เป็น 'ท่านนายก' บริหารประเทศกระดานคนต่อไป
          พิมพ์รภัช ดุษฎีอิสริยกุล หนึ่งในทีม ผู้คิดค้นและพัฒนาเกม Sim Democracy และเกมการ์ดพลังสิทธิ์ จากมูลนิธิฟรีดริช เนามัน (Friedrich Naumann Foundation) พูดถึงบรรยากาศการตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่มาจากความคิดของนักเรียนกลุ่ม หนึ่ง ซึ่งกำลังเล่นเกมกระดานเมืองจำลองอยู่ว่า "เคยไปเล่นที่สมุทรสาครมาครั้งหนึ่ง เราเดินไปดู สุดท้ายเด็กไล่นายกออก เพราะถ้านายกไม่ตัดสินใจ ไม่แก้ไขปัญหา ไม่มีเงินมาบริหาร เอาเสียงข้างมากไล่ออก แล้วเลือกตั้งใหม่ น้องมัธยมเองนะ แต่เขาเข้าใจ เขามีสิทธิ์ที่จะไล่ออกได้ พอไล่ออกเขารู้ว่าต้องทำกระบวนการไหนต่อ น้องๆ มักเรียกว่า ยุบสภา"
          ต่อให้เรียนจบปริญญาตรี ก็ไม่สายเกินกว่าจะเรียนรู้เรื่องประชาธิปไตยผ่านเกมกระดาน อย่าง อรรถชัย ณ บางช้าง ซึ่งยอมรับว่า เกม Sim Democracy เป็นเกมที่ค่อนข้างซับซ้อนเล่นยาก แต่เมื่อเล่นไปได้ 2-3 ตา ก็เกิดความสนุก เริ่มมีเสียงแซว หยอกล้อ เหมือนเกมกระดานทั่วๆ ไป นอกจากความสนุก และเสียงหัวเราะ ยังมีการเรียนรู้ที่ทำให้ 'ฉุกคิด' ค่อยสะกิดใจตลอดการเล่นเกม
          "ถ้าตอนเป็นประชาชนได้เรียนรู้ว่า เราเป็นประชาชน เราไม่จำเป็นต้องรอรัฐบาล มาช่วยตลอดไป บางทีเรามีเรี่ยวมีแรงเราก็ ทำเอง ในเกมเราก็สร้างถนนด้วยเงินออม ของตัวเองได้ พอเป็นนายกก็ได้เรื่องของ การคิดวิเคราะห์ การคาดคะเน การทำงาน ล่วงหน้า การวางแผน มันได้อีกอย่างหนึ่งคือการรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนร่วมทีม แล้วก็รับฟังความคิดเห็นของคนนอกทีมด้วย เพราะบางทีเขาก็ช่วยกันแนะนำ เราก็เอาคำแนะนำนั้นมาตัดสินใจว่าใช้ได้ไหม"
          การ์ดพลังสิทธิ์
          เกมการ์ดที่เรียนรู้สิทธิและเสรีภาพ ของตัวเองและผู้อื่น โดยการแบ่งผู้เล่น 4-5 ทีมแต่ละทีมไม่เกิน 2-3 คน วางการ์ดสถานการณ์สีแดง ซึ่งแสดงตัวอย่างการละเมิดสิทธิ์ของ ผู้อื่นที่สามารถพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน เช่น การลอกการบ้านเพื่อน การเลือกปฏิบัติกับเพื่อนต่างศาสนา การโพสท์ข้อความใส่ร้าย ผู้อื่น ซึ่งแต่ละใบ มีคะแนน สามารถเอาชนะ ด้วยการ์ดแก้ไขปัญหาที่มีคะแนนต่างกันไป รวมให้มากกว่าหรือเท่ากับการ์ดสถานการณ์ปัญหา จึงจะเก็บการ์ดใบนั้นเป็นคะแนนได้ เป็นเกมการเปิดการ์ดที่ไม่มีใบ 'รู้เท่าไม่ถึงการณ์' เพราะทุกคนต้องใช้เหตุผลอธิบายการ์ดแก้ไขปัญหาที่ตนเลือกมาใช้ในการแก้ไข สถานการณ์ ว่าจะช่วยแก้ไขหรือบรรเทาสถานการณ์นั้นอย่างไรและต้องมีความสมเหตุสมผลจน ได้รับการยอมรับจากเพื่อนๆ ถึงจะเอาชนะการ์ดปัญหาได้ ทีมใดสามารถแก้ไขปัญหาและสะสมคะแนนได้มากที่สุดคือผู้ชนะ
          "เกมนี้จะสอนเรื่องหลักสิทธิมนุษยชน สากล พยายามที่จะให้น้องเห็นเรื่องสิทธิ ว่าได้มาจากไหนบ้าง แล้วเขาจะต้องรู้จักการเคารพตัวเอง เคารพคนอื่นและจะต้องไม่ละเมิดหรือเลือกปฏิบัติกับคน ถ้าถอดบทเรียน แล้วเรามักจะได้ยินเสมอคือการปกป้องสิทธิ์ตัวเอง เคารพคนอื่นและไม่เลือกปฏิบัติ" พิมพ์รภัชกล่าว
          เกมการ์ดพลังสิทธิ์ได้ถูกนำมาเล่นในค่าย 'เรียนรู้สิทธิ รู้หน้าที่.คนต้นเรื่องทำดีเพื่อสังคม' โครงการพลังเด็กและเยาวชนเพื่อการเรียนรู้ ภูมิสังคมภาคตะวันตก ปีที่ 2 ที่นำน้องๆ เยาวชน จาก 4 จังหวัดได้แก่ สมุทรสงคราม กาญจนบุรี เพชรบุรี และราชบุรี มาเข้าค่ายการเรียนรู้ เพื่อนำไปใช้ในโครงการพัฒนาชุมชนของตนเอง ซึ่งการเข้าค่ายนี้เป็นช่วง 'นับ 3' หรือการคิดตาม ผลครั้งที่ 3 ของโครงการนี้
          น้องๆ ชั้นป.5 จากโรงเรียนเมืองสมุทรสงครามและโรงเรียนวิริยะพูดถึงความรู้สึกและการ เปลี่ยนแปลงที่ได้จากเกมนี้ว่า "เกมการ์ดพลังสิทธิ์ เราได้รู้ว่าการช่วยเหลือ แม้แต่เหตุการณ์เล็กๆ เราจะเลือกเหตุผลและการช่วยเหลืออย่างไรให้ถูกกับสถานการณ์" นอกจากเรียนรู้เรื่องสิทธิ ยังได้เปิดโอกาสให้เด็กๆ ที่ไม่กล้าแสดงออก ได้เริ่มกล้าแสดงความคิดเห็น พูดคุย ถกเถียงปัญหาและรับฟัง ความคิดเห็นผู้อื่นมากขึ้น
          เล่นๆ ก็รู้ได้
          พิมพ์รภัช ดุษฎีอิสริยกุล อธิบายว่า การใช้สื่อการเรียนรู้ผ่านเกมนั้น เป็นการจำลองชีวิตจริงลงบนเกม ซึ่งเกมเป็นตัวกลางในการพูดคุย ถกเถียงและเกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนด้วยกัน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการพัฒนาเกมออกมาในรูปแบบออนไลน์ แต่ก็ไม่สนุกเหมือนตอนเห็นหน้า ไม่ได้พูดคุยกันหรือถกปัญหากัน เหมือนอย่างเกมกระดาน ในการคิดค้นและพัฒนาเกมเกี่ยวกับการเรียนรู้ ต้องคำนึงว่าต้องการสื่อสารอะไร สื่อสารกับใคร เช่น สอนเรื่องประชาธิปไตยต้องการสื่อสารให้เป็นเรื่องใกล้ตัว เข้าใจง่าย กลุ่มเป้าหมายแรก คือ ผู้ที่กำลังจะเข้าสู่สนามการเลือกตั้ง อย่างเด็กมัธยมปลาย เพื่อให้รู้และเข้าใจว่า หากใช้สิทธิเลือกตั้งจะส่งผลอย่างไรกับตนเองและประเทศชาติ
          "ดูแล้วสื่อการเรียนการสอนของน้อง ในประเด็นแบบนี้ เป็นประเด็นที่เป็นนามธรรม ประชาธิปไตยยังไง? สิทธิมนุษยชนยังไง? หลักนิติธรรมยังไง? ถ้าไม่มีสื่อการเรียนรู้ที่ ให้เขาหาประสบการณ์จริงได้เอง เข้าจะไม่มี ทางเรียนรู้ได้แบบ 'เอาใจเขาไปรู้' เขาก็จะอ่านเอาหรือฟังเอา แต่ถ้าหากได้มีประสบการณ์จริง ที่ได้จากการเล่น เขาก็จะไม่ลืมแล้วก็จะเข้าใจมัน เรียนรู้มันด้วยใจ ไม่ใช่จากตัวหนังสือ"
          ด้าน เดชรัต สุขกำเนิด อาจารย์ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แบ่งข้อดีของการเรียนโดยใช้เกมเป็นสื่อไว้ 3 ข้อหลัก คือ
          "ข้อแรกเรียกว่า 'เอาความสนุกมาปลุกการเรียนรู้' เด็กยุคใหม่มีพลังการเรียนรู้เยอะ แต่ว่าจะเรียนรู้ก็ต่อเมื่อสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะฉะนั้นการทำเกมเพื่อใช้เป็นเครื่องมือเพื่อทำให้น่าสนใจ และเพื่อปลุกการเรียนรู้ของเยาวชน
          "ข้อสอง เราพบว่าหลายเรื่อง 'ความรู้กับความรู้สึกมันต้องไปคู่กัน' ความรู้สึกในที่นี้ ผมหมายถึงการให้คุณค่าหรือการให้ความสำคัญ กับเรื่องนั้น ก่อนจะเข้าเรื่องประชาธิปไตย ผมอาจจะยกเรื่องความร่วมมือเป็นตัวอย่าง เราจะสอนให้นักเรียนแยกแยะระหว่างการ ร่วมมือกับไม่ร่วมมือ หรือการเอาเปรียบหรือการช่วยเหลือกัน ถ้าสอนโดยปราศจากความรู้สึกมันก็จะเป็นความรู้ที่แกนๆ แต่เขา ไม่เคยจำจากประสบการณ์ของเขาเพราะฉะนั้น เราเลยใช้เกมขึ้นมา เพื่อที่จะทำให้เขาได้ผ่าน ประสบการณ์ของการร่วมมือหรือไม่ร่วมมือกัน เอาเปรียบหรือช่วยเหลือกันแล้วมันก็จะทำให้เขาเข้าใจว่า อ้อ.สิ่งเหล่านี้มันมีความสำคัญอย่างไร"
          เพราะฉะนั้น มันจึงไม่ใช่แค่ความรู้อย่างเดียว แต่เขาจะต้องแสวงหาวิถีทางในการที่จะทำให้ผู้ที่มีผลประโยชน์ต่างกันในเกม สามารถมาร่วมมือกันได้ เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถเรียนได้ผ่านตัวหนังสือ ผ่านการฟังอย่างเดียว เราใช้เกณฑ์เป็นการจำลองบทบาทของคน เป็นการจำลองความนึกคิดของคน แล้วก็จำลองการหาทางออกของคน จะหาทางแก้กันอย่างไร อย่างนี้เกมมันจะช่วยตอบได้
          "ข้อสาม ข้อสุดท้ายที่มีความสำคัญมากในการเรียนรู้ก็คือ 'เกม อนุญาตให้คนที่เล่น สามารถทำผิดพลาดได้' แล้วก็ไม่ลืมว่า การผิดพลาดเป็นบริบทสำคัญ เป็นองค์ประกอบสำคัญของการเรียนรู้"
          เดชรัต สรุปความเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ของเด็กกับหนังสือไว้ว่า "ในระบบการเรียนรู้ การสอนของบ้านเรา จะพยายามไม่ให้เกิดการผิดพลาด หมายถึงเด็กก็ตอบให้ถูก ถ้าตอบไม่ถูกก็ไม่ได้คะแนน แต่ที่ตอบไม่ถูก มันนำไปสู่ความผิดพลาดอย่างไร ที่มันเป็น ความผิดพลาดที่แท้จริงหรือมันใกล้เคียงกับความแท้จริง เราไม่เคยสามารถแสดงหรือสาธิตให้มันเห็นได้ เกมเป็นตัวสะท้อนที่สามารถแสดงให้เห็นได้ว่า ถ้าเราไม่รับฟังเสียงของคนอื่น ผลลัพธ์มันเป็นอย่างไร อาจจะเป็นเสียงเล็กเสียงน้อย แต่คุณค่า มันมีความหมายอย่างไร ถ้าเราตัดสินใจไปแบบหนึ่ง ผลลัพธ์มันเกิดขึ้น อย่างไร"
          เกมเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยให้การ เรียนรู้มีความน่าสนใจมากขึ้น เป็นการเรียนรู้โลกจำลองผ่านความรู้ ความผิดพลาดและ การเริ่มต้นใหม่ โดยมีข้อแม้ว่า ผู้เล่นต้อง 'สนุก' และสามารถแยกแยะหรือนำข้อผิดพลาดที่ได้จากเกม กลับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้
          "เกมเป็นการเรียนรู้ผ่านความผิดพลาดที่มีต้นทุนน้อยสุด เพราะหลายเรื่องถ้ามันไปผิดพลาดในชีวิตจริง มันก็อาจจะกระทบต่อการดำเนินชีวิตของเราหรือของคนอื่นได้ ผมคิดว่าเกมกับการเรียนรู้เรื่องประชาธิปไตยเป็นเรื่องที่สัมพันธ์กันมากใน 3 ลักษณะนี้ นั่นคือการปลุกความน่าสนใจ การทำให้ความรู้ กับความรู้สึกมันไปควบคู่กันจะได้เห็นถึง ความสำคัญของประชาธิปไตยจากข้างใน มันช่วยเปิดโอกาสให้เด็กมีโอกาสเรียนรู้ จากความผิดพลาด โดยที่มีต้นทุนน้อยที่สุด" เดชรัต กล่าวในตอนท้าย
          "โฉมหน้าชั่วโมงเรียนยุคใหม่ที่มีชีวิตและเปิดโอกาสให้เยาวชนเรียนรู้ผ่านความผิดพลาดด้วยต้นทุนที่น้อยที่สุด"

          ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 
 
 
 
  ที่มา:  คลิกที่นี่  
ผู้บริหาร
ผอ.ศธจ.ขอนแก่น
รอง ผอ.ศธจ.ขอนแก่น
 
Access มุมสมาชิก
กรอกข้อมูลผู้ใช้งานเพื่อเข้าสู่ระบบ
User
Password
ประเภท
 
 
กิจกรรมเด่น

ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้
 
สายด่วนกระทรวงศึกษาธิการ